agingthai

โรคหัวใจขาดเลือด

โรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ

หมายถึง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ หรือตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดไปเลี้ยงลดลงหรือไม่มีเลย มักเป็นผลมาจากผนังหลอดเลือดแข็งเพราะมีไขมันและหินปูนไปจับ ทำให้หลอดเลือดนั้นตีบเข้า ๆ จนกระทั่งอุดตัน เนื่องจากความเสื่อมเกิดขึ้นตามอายุ จึงพบว่าคนอายุมากเป็นโรคนี้มากกว่าคนอายุน้อย

อาการ เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดมีลักษณะคล้ายมีอะไรมารัดหรือกดทับหน้าอก เจ็บแน่นตื้อ ๆ บางคนมีเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย ต้นคอหรือกราม อาจมีอาการจุกแน่นลิ้นปี่ หายใจไม่ออก  คล้ายจะเป็นลม อาการมัก
เกิดขณะที่ร่างกายมีการใช้กำลัง  หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น  เช่น ขึ้นบันได วิ่ง ตกใจ เครียด เสียใจอย่างรุนแรง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด

1. จำพวกสารไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง 
2. ความดันโลหิตสูง คนที่มีความดันโลหิตสูงยิ่งสูงมากเท่าไร มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากขึ้น 
3. การสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะมีโอกาสเป็นโรคขาดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 2 เท่า
4. อายุที่มากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น
5. โรคเบาหวาน เนื่องจากทำให้มีผลเสียต่อหลอดเลือดหัวใจ
6. กรรมพันธุ์ พบว่าผู้ที่พ่อแม่เป็นโรคหัวใจ บุตรมักมีโอกาสเป็นมากกว่าคนอื่น
7. ภาวะทางจิตใจ ผู้ที่มีจิตใจตึงเครียดอยู่เสมอ ผู้ที่มีความทะเยอทะยานมาก มีความกังวลใจมาก มีการ
ชิงดีชิงเด่นมาก มีการผิดหวังบ่อย มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้สูง

วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

1. งดการสูบบุหรี่
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 
3. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป
4. งดอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง เช่น อาหารทอด 
และ ผัดที่ใช้น้ำมันมาก ๆ งดการใช้น้ำมันจากสัตว์ หรือน้ำมันมะพร้าว ในการประกอบอาหาร ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเค็ม เกินไป ควรรับประทานผักผลไม้ให้มาก ๆ
5. ควบคุมไม่ให้เกิดความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ หมั่นฝึกวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำสมาธิ ไหว้พระสวดมนต์
6. ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ หรือภาวะไขมันในเลือดสูง ต้องรับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง

การดูแลตนเองขณะเป็นโรคหัวใจขาดเลือด

1. พบแพทย์เพื่อรักษาและปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ
2. เลิกสูบบุหรี่เด็ดขาด
3. ถ้าอ้วนควรลดน้ำหนัก
4. รับประทานอาหารให้ถูกต้อง ลดไขมัน ลดเค็ม รับประทานอาหารที่มีกากมาก / เส้นใยสูง
5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่หักโหม และควร เพิ่มขึ้นทีละน้อย ทางที่ดีควรขอคำแนะนำจากแพทย์เสียก่อนที่จะออกกำลังกายมาก ๆ 
6. หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบ เช่น
- อย่าทำงานหักโหมเกินไป
- อย่ารับประทานอาหารอิ่มเกินไป
- ระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะการเบ่งถ่ายอุจจาระ จะส่งผลเสียต่อหัวใจ
- งดดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่ใส่คาเฟอีน
- หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจหรือการกระทบกระเทือนทางจิตใจ และทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ

ทำอย่างไรให้มีสุขภาพหัวใจที่ดี

1. ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปลอดจากบุหรี่ และพยายามจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
2. ทำให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ทำตัวให้มีความกระฉับกระเฉงทุกวัน รวมถึงเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายแบบแอโรบิก เช่น การเดิน เร็ว ๆ วิ่ง ว่ายน้ำ หรืออื่น ๆ โดยใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และพยายามปฏิบัติให้ได้มากที่สุดในแต่ละสัปดาห์
3. ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองที่จะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม และมีสุขภาพที่
4. ลดอาหารที่มีไขมัน โคเลสเตอรอล และพลังงาน สูง เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้และธัญพืช 
5. ลดการรับประทานเกลือ (ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน) ลดการรับประทานน้ำตาล (ไม่เกิน 4 ช้อนโต๊ะต่อวัน) 
6. ควรตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เมื่ออายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มเสี่ยง รวมถึงระวังอย่าให้มีความดันโลหิตสูง
7. ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้ว่าตัวเลขใดแสดงถึงความผิดปกติของระดับความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด 
8. รู้จักคลายเครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส 
9. พักผ่อนให้เต็มที่ โดยเฉพาะการนอนหลับที่สนิทและเพียงพอ

แบบประเมินความพิงพอใจ

ดีมาก - 90.9%
ดี - 9.1%
พอใช้ - 0%
ต้องปรับปรุง - 0%

Total votes: 44
465552
TodayToday43
YesterdayYesterday189
This_WeekThis_Week232
This_MonthThis_Month3964
All_DaysAll_Days465552
3.234.208.66