agingthai

“พยาบาล ม.อ.” พัฒนาเกม-กิจกรรมชะลอ “อัลไซเมอร์” ในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุจะพบการสูญเสียความจำร้อยละ 20-40 ของความจำเดิม และพบความจำบกพร่องมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาหากไม่ได้ป้องกัน  คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ได้พัฒนากิจกรรมส่งเสริมความจำแบบมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุ 9 กิจกรรม เพื่อใช้เป็นต้นแบบการจัดกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุที่นับวันจะเพิ่มจำนวน สมาชิกมากขึ้น ด้วยการทำให้ผู้สูงอายุมีการบริหารสมองด้วยกิจกรรมการเล่นเกมต่างๆ โดยการกระตุ้นการใช้ความคิด การที่ได้ขบคิดมีการฝึกทบทวน และฝึกระลึกถึงอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ช่วยทำให้มีการรับรู้และสามารถที่จะปรับปรุงความจำให้ดีขึ้น หลงลืมช้าลง

         ผศ.ดร.เพลินพิศ ฐานิวัฒนานนท์  ผศ.ดร.วิภาวี  คงอินทร์  และผศ.ดร.บุศรา เอี้ยวสกุล ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์  คณะพยาบาลศาสตร์ หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความจำแบบมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุ และได้รับรางวัลนำเสนอผลงานวิจัยดีเด่น  ในการประชุมวิชาการผู้สูงอายุ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2555 เรื่อง “งานวิจัย และนวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ” โดยศูนย์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2555
        
       9 กิจกรรมที่สามารถพัฒนาทักษะทางด้านความจำของผู้สูงอายุ   ที่พัฒนา และนำมาใช้โดยทีมวิจัยร่วมกับนักศึกษาปริญญาโทได้แก่ การร้องเพลง เกมนักร้องพันหน้า สุภาษิตหรรษา ละครชีวิต สถานที่สำคัญไฉน กล่องปริศนา เกมซูโดกุ กลิ่นสื่อสัมพันธ์ และเล่าเรื่องจากการอ่าน

จากการเพิ่มจำนวน และสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุ ทำให้โครงสร้างของสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวน และอายุยืนยาวขึ้น นำมาซึ่งปัญหาความเจ็บป่วยเรื้อรัง  และหนึ่งในนั้นคือ ภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการสูญเสียหน้าที่ของสมองหลายด้านพร้อมกัน อย่างช้าๆ แต่ถาวร ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะเกิดภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 1 และเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกอายุที่เพิ่มขึ้น 5 ปี จนกลายเป็นมากกว่าร้อยละ 30 ในผู้สูงอายุ 85 ปีขึ้นไป
        
       การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง และสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมพบว่า การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เคร่งเครียด ขาดการเข้าร่วมสังคม ขาดการออกกำลังกาย เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะการเกิดอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นอาการสมองเสื่อมที่พบบ่อย และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ผศ.ดร.เพลินพิศ ฐานิวัฒนานนท์  หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เริ่มเปิดให้บริการสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2536  และใช้เป็นแหล่งฝึกภาคปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพสำหรับนักศึกษาพยาบาล   และยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานของชมรมผู้สูงอายุทั้งใน และต่างประเทศ  ปัจจุบัน มีสมาชิกผู้สูงอายุมารับบริการวันละ 80-100 คน กิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ บริการตรวจสุขภาพ เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ  จัดกิจกรรมการออกกำลังกายได้แก่ ไทเก๊ก แอโรบิก รำกระบอง รวมทั้งกิจกรรมสันทนาการ และจัดให้ความรู้ในชุมชนเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เปิดบริการสัปดาห์ละ 3 วัน ในช่วงเวลา 7.30-12.00 น.  
        
       หนึ่งในสี่ของผู้สูงอายุที่มารับบริการที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพฯ พบว่า มีอายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป และสองในสามของสมาชิกผู้สูงอายุต้องดูแลตนเองเพื่อควบคุมความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงมากต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม

 ทีมวิจัยซึ่งรับผิดชอบสอนรายวิชาการพยาบาลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูง อายุ ได้สนับสนุนให้นักศึกษาปริญญาโท สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ จำนวน 10 คน เป็นผู้ออกแบบเกม และกิจกรรมส่งเสริมความจำ และผ่านการมีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นจากแกนนำผู้สูงอายุ และนำไปใช้สมาชิกผู้สูงอายุ จำนวน 80 คน ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมารับบริการ ณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ  ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมความจำที่พัฒนาขึ้น 9 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการร้องเพลง เกมนักร้องพันหน้า สุภาษิตหรรษา ละครชีวิต สถานที่สำคัญไฉน กล่องปริศนา เกมซูโดกุ กลิ่นสื่อสัมพันธ์ และเล่าเรื่องจากการอ่าน
        
       กิจกรรมที่พัฒนาทักษะความจำได้แก่  1.การคิดคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์แบบง่าย ใช้เทคนิค และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการเล่น เช่น การบวก ลบตัวเลขจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง 2 .การจัดระเบียบ ของข้อมูลผ่านขบวนการกลุ่มขณะทำกิจกรรมช่วยให้คิดเป็นระบบ จะทำให้จำได้ง่ายขึ้น 3.  กิจกรรมส่งเสริมการเชื่อมโยงและการหาความสัมพันธ์ เช่น การนึกถึงสถานที่ หรือบุคคล   4.การสร้างจินตนาการและความเกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างความจำ เป็นการอธิบายเรื่องราวด้วยภาพ หรือการแสดงละครในกิจกรรมละครชีวิต การฝึกฝนทักษะการจดจำภาพพร้อมเรื่องราว เป็นการฝึกให้ผู้สูงอายุมีจิตใจที่เป็นสมาธิ มีความสุขในสิ่งที่เล่น ฝึกจิตใจละเอียดอ่อน ฝึกประสาทสัมผัสให้เชื่อมโยงระหว่างประสาทสัมผัสทั้ง 5 กับความคิด นอกจากนี้ กิจกรรมสุภาษิต เป็นเทคนิคการใช้รหัสช่วยจำ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเพื่อช่วยในการลำดับกระบวนการจำให้จดจำข้อมูลได้ ง่ายขึ้น และสะดวก กิจกรรมส่งเสริมความจำทำให้เกิดการทำงานประสานงานกันระหว่างสมองซีกซ้าย และขวา และการใช้สมองทั้งสองซีกเป็นประจำทำให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพของความจำมาก ขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลต์

พรมวิเศษ"มีจริง(แต่เหาะไม่ได้) นักวิจัยเผยช่วย"ตรวจจับการหกล้มในผู้สูงอายุ"

62677743 img 8369 tweak

นักวิจัยได้จัดแสดง"พรมวิเศษ" ที่สามารถ"ป้องกันการล้ม" และแม้แต่"ทำนาย"ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวภายใต้พรมประกอบด้วยไฟเบอร์ออพติคที่สานกันเป็นตาข่าย ที่สามารถตรวจจับและวางแผนการเคลื่อนไหว เมื่อเกิดแรงกดทับบนพรม แสงที่ทำหน้าที่ตรวจจับ จะปรากฏบริเวณขอบพรม โดยรูปแบบแสงที่มีการเบี่ยงเบนดังกล่าวจะช่วยให้ระบบอิเล็คทรอนิกส์ "เรียนรู้" และตรวจสอบรูปแบบการเดิน ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดใดๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

พรมดังกล่าวถูกนำออกแสดงและสาธิตที่งานประชุมโฟตอน 12 ที่เมืองเดอร์แรม ประเทศอังกฤษ โดยไฟเบอร์ออพติคที่ถูกนำมาใช้ในการผลิต เป็นประเภทเดียวกับสายไฟเบอร์ที่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลอินเตอร์เน็ตข้าม ประเทศ ที่แสงสามารถเดินทางไปตลอดแนวความยาวได้ และเพื่อทำให้สายไฟเบอร์มีความอ่อนไหวต่อความเบี่ยงเบนอันเนื่องมาจากแรงกด นักวิจัยได้สร้างร่องเล็กๆจำนวนมากในสายไฟเบอร์ตลอดความยาว  เพื่อที่ความสามารถในการสะท้อนออกของแสงจะลดลงที่จุดที่เกิดแรงกด 

ขณะที่ตัวจับสัญญาณบริเวณขอบพรม จะเปลี่ยนแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ที่จะได้รับการวิเคราะห์โดยคอมพิวเตอร์  ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าว เป็นการหยิบยืมเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาในมหาวิทยาลัยเพื่อใช้กับเครื่องสแกน ทางการแพทย์ 

กลุ่มนักพัฒนาระบบ ซึ่งมีฐานอยู่ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ มองว่า พรมดังกล่าว สามารถนำไปใช้ได้จริงตามสถานดูแลผู้สูงอายุหรือโรงพยาบาล เพื่อที่จะส่งสัญญาณเตือนทันทีหากพบว่ามีผู้หกล้ม

นอกจากนั้น ไฟเบอร์ดังกล่าว ยังสามารถดัดแปลงนำไปใช้กับพรมที่มีอยู่แล้ว ทั้งตามบ้านเรือนและสถานที่สาธารณะ นักวิจัยระบุว่า จุดประสงค์หนึ่งในการคิดค้น"พรมวิเศษ"ก็คือ เพื่อลดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดจากการหกล้ม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่เป็นเหตุหลักของการเสียชีวิตในกลุ่มวัย 70 ปีขึ้นไป และเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษามูลค่าหลายล้านปอนด์ต่อวัน 

นักวิจัยเชื่อว่าระบบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในการสร้างโปรไฟล์เพื่อรวบรวมรูปแบบการเคลื่อนไหวในแต่ละ บุคคล  เพื่อที่ท่าทางการเดินที่เสี่ยงต่อการหกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุจะได้รับการ ตรวจสอบ และมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า  

คริส ทอดด์ ศาสตราจารย์ด้านสาธารณสุขมูลฐานและสาธารณสุขชุมชน จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ กล่าวว่า ในแต่ละปีมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ เคยสะดุดล้มหรือหกล้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานฟื้นฟูและสถานดูแลผู้สูงอายุ ดังนั้น หากเราสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในการเคลื่อนไหวและท่าทางในการเดินใน สภาวะแวดล้อมปกติ ของกลุ่มคนเหล่านี้ จะทำให้เราสามารถเฝ้าระวังปัญหาได้ล่วงหน้า

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

กาแฟช่วยยกกล้ามให้กับผู้สูงอายุ ไม่ให้แก่ชราลงตามไปกับอายุขัย

630

นักวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยโคเวนตรี รายงานในที่ประชุมสมาคมชีววิทยาว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ใช้บำรุงกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุได้ ซึ่งส่อให้รู้ว่าอาจจะช่วยให้คนแก่ชรารักษาความแข็งแรง และป้องกันการหกล้มและบาดเจ็บได้

รายงานกล่าวว่า สำหรับคนในวัยฉกรรจ์ สารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ครั้นพอเราแก่ลง กล้ามเนื้อจะเหี่ยวแห้งและอ่อนแรง

นักวิจัยได้พบในการศึกษากับหนูว่า แม้เมื่อวัยเปลี่ยนไป ประโยชน์ของคาเฟอีนก็จะลดตามลงไปด้วย แต่ก็จะยังคงช่วยแรงกล้ามเนื้ออยู่ เมื่อเราแก่ลงกล้ามเนื้อก็อ่อนแรงลงไปด้วย ทำให้หกล้มหกลุกเจ็บตัว และคุณภาพชีวิตก็ลดลงด้วย แต่ถ้าหากเราพยายามรักษากำลังกล้ามเนื้อเอาไว้ก็จะช่วยได้มาก.

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐออนไลน์

พบผู้สูงอายุ 102 ปีเมืองอ่างทองสุขภาพแข็งแรง

อ่างทอง-พบอีกรายผู้เฒ่าหลายแผ่นดิน“ยายโปรย”ชาวอ่างทอง อายุ102ปีมีสุขภาพแข็งแรงสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ
       
       
วันนี้ (31 ก.ค.) นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยนางศรีพรรณศะศิสมิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทองนำโล่ประกาศเกียรติคุณที่ทางสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มอบแก่นางโปรย ภมร อายุ 102 ปีที่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 4 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ผู้มีอายุเกิน 100 ปีและมอบเงินผู้สูงอายุพร้อมกระเช้าสิ่งของให้ด้วย
       
      

        นางโปรย ภมรมีบุตร 5 คน เสียชีวิตแล้ว 4 คน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับบุตรชายคนเล็ก คือ นายประจวบภมร อายุ 70 ปี อาชีพทำนา และหลาน เหลนจำนวน 8 คนซึ่งนางโปรยเป็นผู้สูงอายุที่มีอารมณ์ดี สุขภาพดีแข็งแรง เดินได้กินอาหารได้เกือบทุกอย่างเพราะใส่ฟันปลอมมาตั้งแต่อายุ 40 ปีแต่เลิกเคี้ยวหมากแล้วทั้งที่อยากแต่ก็ต้องทนเพราะผีมาบอกให้เลิกเคี้ยวหมากเพราะจะเป็นมะเร็ง
       
       
สำหรับผู้มีอายุกว่า 100 ปีในจังหวัดอ่างทองมีหลายราย ทำให้จังหวัดอ่างทองเล็งเห็นความสำคัญและในโอกาสใกล้วันแม่แห่งชาติทางจังหวัดอ่างทองจึงมีโครงการที่จะออกเยี่ยมผู้เฒ่าเพื่อมอบของขวัญในโอกาสวันแม่ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก: ผู้จัดการออนไลน์

ดูแลสมองอย่างไร ไม่ให้เสื่อม

โดย พญ.ดาวชมพู นาควะวิโร

โรคสมองเสื่อมปัญหาของคนสูงอายุ จากการวิจัยของพญ.ดาวชมพูนาควะวิโรเปิดเผยว่า อัตราการเกิดโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุไทยมีเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นจากร้อยละ 1 ในช่วงอายุ 60-64 ปี เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31 หรือเกือบ 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 90 ปีขึ้นไป

โรคสมองเสื่อมคืออะไร...?
       โรคสมองเสื่อมคือ ความเสื่อมของสมอง ที่ทำให้สมองมีการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ซึ่งโดยทั่วไปสมองจะทำงาน 4 หน้าที่หลัก คือจำ คิด พูด ทำผู้ที่อยู่ในสภาวะสมองเสื่อมจะมีการทำงานของสมองด้านใดด้านหนึ่งใน 4 ด้านนี้ผิดปกติไป เช่นความจำไม่ดี คิดไม่ต่อเนื่อง พูดซ้ำถามซ้ำหรือเรียกชื่อไม่ถูกและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
       

สาเหตุที่ทำให้เราหลงลืมคืออะไร...?
       สาเหตุที่ทำให้คนเราหลงลืมหลักๆ ก็จะมีอยู่ 2 อย่าง ถ้าจำง่ายๆ แยกคำออกมา “หลง” คือขาดสติหรือขาดความรู้ตัวไปชั่วขณะทำให้ไม่สามารถรับรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ จึงดูเหมือนความจำหายไป แต่สมองส่วนเก็บข้อมูลยังเป็นปกติ ส่วนคำว่า ลืม” นั้นคือความจำหายไป เพราะสมองส่วนที่เก็บข้อมูลทำงานบกพร่องซึ่งทำให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมจะลืมสิ่งที่เรียนรู้ช่วงเวลาหนึ่ง เช่นรับประทานอาหารแล้ว แต่พอถามอีกทีว่าทานข้าวหรือยังก็จำไม่ได้เลย
      

สาเหตุของการเกิดโรคสมองเสื่อมคืออะไร...?
       -สาเหตุที่แก้ไขได้เช่นการติดเชื้อโรคบางอย่าง ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่สมดุล และขาดวิตามิน ซึ่งถ้าได้รับการตรวจรักษาก็จะทำให้อาการดีขึ้นได้
        -สาเหตุอีกประการนั้นแก้ไขไม่ได้เนื่องจากความเสื่อมตามวัยหรือสมองมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคืนกลับสภาพเดิมซึ่งโรคที่พบบ่อย 2 อันดับแรกคือ โรคอัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมองหรืออื่นๆ เช่น โรคสมองเสื่อมที่แทรกซ้อนจากโรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม จากสมองส่วนหน้าและสมองด้านข้างฝ่อ เป็นต้น

โรคสมองเสื่อมรักษาหายหรือไม่...?
       
พญ.ดาวชมพูระบุว่าหากตรวจพบเร็วและรีบรักษาก็จะช่วยชะลอความเสื่อมได้ ซึ่งวิธีรักษาก็ขึ้นอยู่กับอาการและระดับความเสื่อมโดยอาจใช้ยาที่ชะลอการเสื่อมช่วย หรือใช้ยาเพื่อช่วยลดปัญหาพฤติกรรมแต่ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น เช่น ควบคุมอาหารให้ระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันเป็นปกติโดยเฉพาะรายที่เป็นโรคสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง
        นอกจากนี้ยังต้องมีการกระตุ้นสมอง ซึ่งเปรียบเทียบเหมือนการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง โดยใช้กิจกรรมบำบัด เช่นฝึกความจำด้วยการเล่นเกม ไพ่จับคู่ รวมถึงการปรับสิ่งแวดล้อมจัดบ้านให้เป็นระเบียบ มีที่เก็บของเป็นที่เป็นทางก็จะช่วยลดปัญหาหลงลืมได้       
       

แนวทางป้องกันสำหรับโรคสมองเสื่อมคืออะไร...?
       สำหรับแนวทางการป้องกันโรคสมองเสื่อมไม่ให้เกิดก่อนวัยอันควรนั้น สามารถทำได้โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันปกติซึ่งมีคำแนะนำดังนี้
       1. อาหารกายรับประทานน้ำให้เพียงพอ ประมาณ8 แก้วต่อวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และควบคุมอาหารที่มีผลต่อเส้นเลือดสมองดังที่กล่าวมาแล้ว
       2. อาหารใจเลือกรับข้อมูลข่าวสารที่ทำให้ตนเองสบายใจ ดูแลจิตใจให้มีความสุข มีเมตตา และปรารถนาดีกับผู้อื่น เพราะการจมอยู่กับความรู้สึกไม่ดี ความเครียด ทำให้มีการหลั่งสารเคมีที่ทำลายเนื้อสมองได้
       3. ฝึกสติคอยรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าขณะนี้กำลังทำอะไรและใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้การเก็บข้อมูลที่จะนำไปสู่ความจำดีขึ้น ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการป้องกันภาวะหลงลืมได้

สำหรับผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม แพทย์หญิงให้คำแนะนำว่าควรใช้ความรัก ความเข้าใจ และความอดทนต้องเยียวยารักษาทางด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กันถึงแม้ความจำของผู้ป่วยจะไม่เหมือนเดิม แต่ผู้ป่วยก็สามารถรู้สึกดีขึ้นและมีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างมีคุณค่ากับคนในครอบครัวต่อไป
       
     ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

แบบประเมินความพิงพอใจ

ดีมาก - 90.9%
ดี - 9.1%
พอใช้ - 0%
ต้องปรับปรุง - 0%

Total votes: 44
443441
TodayToday60
YesterdayYesterday148
This_WeekThis_Week1399
This_MonthThis_Month4172
All_DaysAll_Days443441
34.204.173.45